หมวดหมู่
การเมือง

10 อันดับการปราศรัยที่ประทับใจที่สุด

มวลชนขับเคลื่อนได้เพราะพวกเขาเชื่อมั่นในสารของผู้ปราศรัย

เพราะทุกคนคือแกนนำ แต่การปราศรัยนั้นยังคงมีความสำคัญมาก ต่อแนวทางของการเคลื่อนไหว พวกเขาคือตัวแทน เป็นกระบอกเสียงให้กับมวลชนตลอดมา เป็นการยกระดับรูปแบบการเคลื่อนไหว ดังนั้นหากการปราศรัยทรงพลัง มวลชนก็ทรงพลังตามไปด้วย

ระหว่างรอการรวมตัวแบบเบิ้มๆครั้งใหม่ ระหว่างที่ทุกคนรอ ผมขอจัดอันดับตามความรู้สึกส่วนตัวดังนี้

1. รุ้ง ปนัสยา 10 สิงหาคม 2020 ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต ประกาศข้อเรียกร้องเพื่อปฎิรูปสถาบัน 10 ข้อ เป็นที่มาของข้อเรียนร้องข้อที่ 3 ในปัจจุบัน เป็นการปราศรัยครั้งประวัติศาสตร์ตั้งแต่การมีอยู่ของประเทศไทยมา ซึ่ง 10 ข้อเรียกร้องเป็นการพัฒนามาจากข้อเรียกร้อง 8 ข้อ ของอาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล การปราศรัยครั้งนี้ทรงพลังมาก ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของประวัติศาสตร์ได้เลย

2. รุ้ง ปนัสยา คืนวันที่ 19 กันยายน 2020 ที่สนามราษฎร์ จดหมายถึงกษัตริย์ที่เป็นการทำลายเพดานจนถึงจุดสูงสุด นั่นคือการส่งข้อความไปถึงกษัตริย์โดยตรง เพื่อเรียกร้องให้มีการปฎิรูปสถาบันกษัตริย์อันเป็นหลักใจความของการชุมนุมครั้งประวัติศาสตร์นี้ รุ้ง ได้ทำในสิ่งที่เป็นบิ๊กเซอร์ไพร้ที่แท้จริง ไม่มีใครคาดถึงว่ารุ้งจะมาในทางนี้ ถือว่าเป็นความกล้าสูงสุดในการปราศรัยตั้งแต่เคยได้ยินมา

3. ทนายอานนท์ นำภา 3 สิงหาคม 2020 ที่ถนนราชดำเนิน ม็อบเสกคาถาฯเป็นครั้งแรกที่มีการปราศรัยโดยตรงถึงสถาบันกษัตริย์ จนกลายเป็นการปราศรัยที่น่าจดจำในประวัติศาสตร์ ทำให้เกิดกระแสการทำให้การพูดเรื่องสถาบันฯ ควรเป็นเรื่องปกติที่จะนำมาพูดในที่สาธารณะ หลังจากมีการดำเนินคดีเยอะมากหลังยุค คสช. ที่ใช้ กฎหมายอาญามาตรา 112 แต่หลังจากการปราศรัยครั้งนี้ ไม่มีการใช้ มาตรา 112 อีกแล้ว แต่ใช้กฎหมายข้ออื่นแทน

4. ทนายอานนท์ นำภา 18 กรกฎาคม 2020 ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย (เลื่อนไปที่ประมาณนาทีที่ 1:15:00) ม็อบเยาวชนปลดแอก ผมเป็นคนหนึ่งที่นั่งอยู่ใกล้ๆเวทีตั่งเหล็กนั้น นั่งอยู่ด้านหลังทนายอานนท์ ผมรู้ว่าเขาจะต้องพูดอะไรบางอย่าง มีสิ่งที่คิดเอาไว้มากมายในหัวเขาแน่นอน ทนายได้พูดถึงผู้ที่เดินกรุยทางมาเพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตยมากมาย ที่สำคัญคือผู้ที่ถูกอุ้มฆ่า ผู้ที่ต้องเสียสละก่อนหน้านี้ ถือเป็นการปราศรัยสั้นๆ แต่ทรงพลังมาก

5. เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ คืนวันที่ 19 กันยายน 2020 ที่สนามราษฎร์ เพนกวินเดินออกปราศรัยถึงยุทธวิธีต่างๆ โดยเสมือนว่าสนามราษฎร์เป็นสภาราษฎร มีการให้ยกมือโวตว่าเห็นด้วยหรือไม่กับยุทธวิธีเหล่านี้ นอกจากนั้นการกล่าวถึงวิญญาณในสถานที่ตรงนี้ ในเวลาประมาณตี1 ตี2 ทำให้บรรยากาศมันขลังมาก

6. เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ รุ่งวันที่ 20 กันยายน 2020 ที่สนามราษฎร์ การทำพิธีปักหมุดที่สนามราษฎร์ เป็นเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ของการประท้วงที่สำคัญมาก การปราศรัยที่ทรงพลังของเพนกวิน ที่ตอกย้ำความเชื่อว่าประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าได้ ซึ่งผมว่านี่คือจุดสูงสุดของเพดานปราศรัยในวิกฤตการเมืองของปี 2020

7. เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ 30 ตุลาคม หน้าสน.ประชาชื่น (เลื่อนไปประมาณนาทีที่ 0:15:00) หลังออกจากคุกได้เกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงกับเพนกวินและไมค์ ไมค์ถูกนำส่งโรงพยาบาล แต่เพนกวินใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มี ปราศรัยระหว่างมีพยาบาลดูแลอยู่ว่า “ซี่กรงอาจขังดวงดาวได้ แต่ไม่อาจขังแสงดาวได้”

8. ไมค์ ระยอง 18 กรกฎาคม 2020 ม็อบเยาวชนปลดแอก ไมค์คือแกนนำคนสำคัญที่เริ่มขบวนการเคลื่อนไหวนี้ จากการไปชูป้ายไล่ประยุทธ์ที่ระยองเรื่อง “COVID19 VIP” การปราศรัยของเขาถือเป็นการยกเพดานขึ้นครั้งแรกก็ว่าได้ ก่อนทนายอานนท์ในม็อบเสกคาถาฯ

9. เอกชัย หงศ์กังวาน 2 พฤศจิกายน 2020 หลังปล่อยออกจากคุก (เลื่อนไปประมาณนาทีที่ 19:20) เขาเป็นนักสู้ประชาธิปไตยที่เคลื่อนไหวเดี่ยวมากตลอด และต้องเจอการคุกคามเกือบถึงแก่ชีวิต ทรัพย์สิน จนไปถึงการติดคุก สิ่งที่เขาเจอมา แทบไม่มีใครให้ความสนใจนัก การปราศรัยครั้งนี้ที่แม้จะสั้น แต่มันรวบรวมทุกอย่างที่เขาเคยเจอ และการที่บอกว่าเริ่มมีความหวังแล้ว นั่นก็เป็นสัญญาณที่ดีมากต่อการเคลื่อนไหวฝ่ายประชาธิปไตย

10. ไผ่ ดาวดิน 18 กรกฎาคม 2020 อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ม็อบเยาวชนปลดแอก (เลื่อนไปประมาณนาทีที่ 2:34:30) เขาคือคนหนึ่งที่ถูกตัดสินให้อยู่ในคุกเพราะแชร์บทความของ BBC จนวันนี้เขาออกมาพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังไม่ลดละความพยายาม น้ำเสียงที่จริงใจ ดึงพลังงานมวลชนออกมาได้เยอะมาก ด้วยประโยคติดปากของเขา “ใช่/ไม่ใช่ พี่น้อง!”

10+1. เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ 18 กรกฎาคม 2020 หน้าแมคโดนัล ม็อบเยาวชนปลดแอก เพนกวินถือเป็นผู้ปราศรัยคนแรกก็ว่าได้สำหรับการเคลื่อนไหวครั้งนี้ จุดเริ่มต้นมาจากการปลุกระดมของเขาเอง ก่อนที่มวลชนวันนั้นจะเคลื่อนตัวไปปิดถนนต่อไป ผมอยู่ในเหตุการณ์ตอนนั้น ท่ามกลางเสียงโทรโข่งของตำรวจว่านี่คือการทำผิดกฎหมาย แต่ทุกคนก็ไม่สนใจอีกแล้ว พากันเคลื่อนไหวต่อไป เพราะนี่คืออนาคตของพวกเขาเอง

โดย เอกวิทย์ ทองดีวรกุล

อยากเห็นคนไทยเติบโตในประเทศที่มีโครงสร้างที่มีความเท่าเทียม