หมวดหมู่
การเมือง

เงื่อนไขของความรุนแรง

ความชอบธรรมมิใช่ความจริง
ความชอบธรรมคือสิ่งที่สร้างขึ้นได้

ไม่เคยอยากพูดให้เสียกำลังใจ

แต่คงเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องตระหนักไว้เสมอ

เป็นสิ่งที่ผมเคยเขียนแล้ว และขอเขียนอีกครั้งว่า “ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรง มีอยู่ทุกชั่วขณะจิต”

ความรุนแรงเกิดขึ้นได้ เพราะฝ่ายอำนาจเขาพยายามจะสร้างเงื่อนไขให้เกิดอยู่ตลอดเวลา เพราะมันเป็นอำนาจอาวุธเป็นอำนาจที่สามารถสยบได้ฝ่ายตรงข้ามที่ไม่มีทางต่อสู้ได้ราบคาบที่สุด

ตลอดมาฝ่ายอำนาจใช้วิธี “กำจัด” มาตลอด ในขณะที่ฝ่าย ปชช ใช้วิธี “เรียกร้อง”

มาจนถึงวันนี้ ยังไงเขาก็ยังมีอาวุธอันดับหนึ่งเป็นการ “กำจัด”

เพียงแต่การ “กำจัด” ไม่ใช่ตัวเลือกแรก

มันเป็น ultimate

มันต้องรอเวลา รอสถานการณ์ที่สุกงอม สร้างสถานการณ์ สร้างวาทกรรมให้มั่นคงจนถึงที่สุด

สิ่งที่เขารอคือ “ความชอบธรรม” เพราะยังไงเขาก็อยากเล่นบทคนดี

ใน ปวศ ที่ผ่านมา เขาก็รอวันที่ความชอบธรรมของฝ่ายต่อต้านอำนาจตกต่ำที่สุด

ซึ่งวิธีการ ก็คือ เหมือนวันนี้เลย

คือการ ใส่ร้าย สร้างข้อหา สร้างวาทกรรมความมั่นคง เรื่องรัฐ เรื่องเจ้า

จนวันที่ภาพของฝ่ายต่อต้านไม่ว่าจะเป็น นศ ประชาชน หรือ เหตุการณ์เสื้อแดงต่ำลงจนถึงจุดที่กระแสในสังคมบอกว่า การทำร้ายคนเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ถูก

.

พอถึงจุดนี้เมื่อไหร่ ความรุนแรงก็กลายเป็นสิ่งที่ถูกต้อง

แน่นอน เรารู้ดีว่า วันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อน

เขาใช้ความรุนแรงยากขึ้น เพราะวันนี้ความชอบธรรมไม่อยู่กับเขา แต่ถามว่า มีความเป็นไปได้ไหม มันมี

ช่วงนี้พวกหัวฝ่ายขวา เริ่มเรียกหาความรุนแรงอย่างหน้าด้านๆมากขึ้น คนอย่างสุเทพ เหรียญทอง หรือ แม้แต่ดี้ ก็เริ่มเรียกร้องให้ทำ “อะไรบางอย่าง” หรือ “ใช้มาตรการณ์ทางกฎหมาย”

การทำอะไรบางอย่างนี่แหละ น่ากลัว

เพราะมันเป็นคำพูดที่กำกวมที่สุด และมอบความชอบธรรมให้การใช้ความรุนแรงในใจของคนเหล่านี้ต้องการ “กำจัด” ฝ่ายตรงข้ามไปให้พ้นหูพ้นตา ดังนั้นความรุนแรงคือ สิ่งที่เขาเฝ้ารอ

แต่เขาใช้คำว่า ทำอะไรบางอย่างสักที ก็คือการเผื่อช่องให้ตัวเองยังคงเป็นคนดีว่า ฉันไม่ได้สนับสนุนความรุนแรงนะ บางอย่างที่ฉันอยากให้ทำ ไม่ใช่สิ่งนั้น สิ่งนี้

แต่ถ้าจะทำ ฉันก็ไม่ขัดขวางหรอก

หรืออย่างดีก็แค่พูดว่า “ฉันไม่เคยเห็นด้วยกับความรุนแรง”

ณ วันนี้ฝ่ายขวาเขากำลังพยายามเรียกร้อง และสร้างวาทกรรมว่า รัฐ “ควรทำอะไรสักอย่าง” กับผู้ชุมนุม นั่นคือ หนึ่งในใบเบิกทางที่จะนำไปสู่ความรุนแรง

เหตุการณ์วันที่ 14 ตุลาคม 2563

คือ สิ่งที่ทุกคนเห็นเป็นประจักษ์ว่า เขาพยายามสร้างเงื่อนไขมากแค่ไหน

ไม่ว่าจะการปลุกมวลชนมาปะทะกันการเริ่มใช้ความรุนแรงก่อน

การปรับขบวนเสด็จให้มาปะทะกับม๊อบ

ทุกอย่างคือ การสร้างข้ออ้าง

สิ่งที่เขาหวังก็คือ เมื่อวันที่เราพลาด และข้ออ้างนั้นมันสมเหตุสมผล อย่างน้อยก็สมเหตุสมผลสำหรับเขา

เมื่อนั้นเขาก็พร้อมเสมอที่จะใช้ความรุนแรง

การสลายการชุมนุมเมื่อวาน ก็เป็นลักษณะเดียวกัน

รอให้ผู้ชุมนุมอ่อนแรง รอให้ทุกอย่างมันซา แล้วก็เริ่มใช้กำลังเข้าปราบ

การปราบในครั้งนี้ หนึ่งคือ สร้างความกลัวในการเข้าร่วมชุมนุม

สองคือ สร้างสถานการณ์กลายๆว่า ความรุนแรงมันมีอยู่ประปราย

.

.

ถ้าการชุมนุมยังจะคงแนวทางนี้ต่อไป

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เราจะสามารถอดทนจนถึงที่สุดได้

เพราะการรักษาความชอบธรรมของการชุมนุม เป็นอาวุธที่สำคัญที่สุดของเราในขณะนี้

การต่อสู้โดยเรียกร้อง การต่อสู้โดยไม่สร้างความรุนแรง เป็นอาวุธ เป็นข้อต่อรองเดียวที่ทำให้เรายังสามารถเคลื่อนไหวได้

แต่จริงๆไม่อยากพูดแบบนี้เลย เพราะการพูดแบบนี้ มันคือ victim blaming

เรารู้อยู่แล้วว่า เราเป็นฝ่ายที่ชอบธรรมแน่นอน

การใช้ความรุนแรง คือ ฝ่ายที่ผิด

ฝ่ายที่ก่ออาชญากรรม คือ ฝ่ายที่ใช้ความรุนแรง

แต่ในเชิงวาทกรรม เชิงหลักการ เราสามารถพูดแบบนั้นได้

แต่ฝ่ายขวาเขาไม่เคยสนหลักการ เพราะงั้นเขาขอแค่อ้างได้ว่า ชุมนุมมีความรุนแรง แค่นี้การตอบโต้ความรุนแรงด้วยความรุนแรง ก็เพียงพอในโลกของเขา

.

สถานการณ์ตอนนี้เปราะบางอย่างมาก

ต่อให้เราใช้ชีวิตปกติ เราก็รู้ได้ถึงความตึงเครียดอยู่ตลอดเวลา

เราในฐานะประชาชนมือเปล่า เรารู้สึกเสี่ยงอยู่ตลอดเวลา

ฝ่ายเรามีคนที่ต้องจ่ายไปในราคาที่สูงหลายต่อหลายคนแล้ว

สิ่งเดียวที่ผมขอ คือ อยากขอให้ทุกคนอดทน

และเดินเคียงข้างกันไปจนถึงวันที่มันคลี่คลาย

เราไม่รู้ว่า หลังจากนี้เราจะชนะหรือไม่

แต่เราก็ยังคงก้าวไปด้วยกัน

แม้เราจะรู้อยู่เต็มอกว่า ความเป็นไปได้ที่จะชนะมันช่างน้อย

แต่สิ่งหนึ่งที่เรารู้คือ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

หลังจากนี้สังคมจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

.

สังคมไทยในปี 2019 กับ 2021 จะต่างกันจนเรายังสงสัยว่า เวลาเพียงแค่ ปีกว่า มันเกิดอะไรขึ้น

ปี 2020 นี้เกิดอะไรขึ้นมากมาย ทุกเหตุการณ์มัน critical ซะจนมันเปลี่ยนประวัติศาสตร์สังคมไทยจากหน้ามือเป็นหลังมือ

.

อย่างน้อยที่สุด

ในวันนี้ ผมเชื่อสุดหัวใจว่า เวลาอยู่ข้างเราจริงๆ

ยังไงวันนึงเราต้องชนะ